“ปีศาจแดง” เหนื่อยไม่มากแต่ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังหลังเปิดบ้านเชือด “ไก่เดือยทอง” 3-2 จากผลงานของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ระเบิด แฮตทริก พาทีมเฮในลีกรอบ 3 เกมเก็บเพิ่มเป็น 50 แต้มแซง อาร์เซน่อล ขึ้นอันดับ 4 แต่ยังคงแข่งมากกว่า 4 นัด ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ราล์ฟ รังนิก ผู้จัดการทีม ปีศาจแดง พาลูกทีมไต่อยู่อันดับ 5 ตามหลัง อาร์เซน่อล 1 แต้มแต่แข่งมากกว่า 3 นัดเลยฟอร์มล่าสุดบุกไปแพ้ แมนฯ ซิตี้ เละเทะ 1-4 ส่วนทาง อันโตนิโอ คอนเต้ พาทีมโชวแบบโยโย่ในนัดก่อนหน้านี้ ออกไปแพ้ มิดเดิ้ล สโบรช์ ช่วงต่อเวลาร่วง เอฟเอ คัพ แต่ล่าสุดในลีกเปิดบ้านเชือด เอฟเวอร์ตัน ไป 5-0 รั้งที่ 7 ของตาราง

เริ่มเกมมาในครึ่งแรกได้ 9 นาที “ปีศาจแดง” พลาดได้จุดโทษจากจังหวะทางซ้าย เจดอน ซานโช่ เลี้ยงบอลแหวกขึ้นมาเข้าเขตโทษให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดตามน้ำไปติดมือ เอริก ดายเออร์ ผู้ตัดสิน ปล่อยเกมดำเนินต่อและไม่มีสัญญาณจากห้อง วีเออาร์

หลังจากนั้นนาทีที่ 13 แมนฯ ยูไนเต็ด ทำประตูออกนำ 1-0 เป็นการประสานงานสุดสวย เฟร็ด ดีดเร็วชิ่งให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตั้งป้อมซัดด้วยขวาระยะร่วม 30 หลาบอลพุ่งส่ายผ่านมือ อูโก้ โยริส โค้งเสียบเสาไกลแบบสุดจะงาม

หลังจากนั้นได้ 3 นาที เจ้าถิ่น ได้ใจเร่งเครื่องต่อเนื่อง เฟร็ด ขยับมาเชื่อมบอลชิ่งให้กับ ปอล ป็อกบา พลิกหนี โรดริโก้ เบนตานกูร์ เอียงได้ช่องปั่นโค้งด้วยขวาหน้ากรอบ 18 หลากระดอนตกพื้นถากเสาไกลออกไปแค่นิดเดียว

นาทีต่อมา “ไก่เดือยทอง” มีโอกาสได้บ้าง เนมานย่า มาติช ทำพลาดเสียบอลหน้าประตูตัวเองโดน ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก ขยันตามมาฉกบอลไปและก้มหน้าอัดด้วยขวาโชคไม่ดีเท่าไหร่บดเบาไปตรงตัว ดาบิด เด เคอา

20 นาทีผ่านเกมเปิดแลกกันสนุกมากคราวนี้เป็น ซน ฮึง-มิน ดีดบอลชิ่งเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายถึง เบน เดวิส สอดมาล่อเป้า ดาบิด เด เคอา ซัดเสาแรกตุงตาข่ายแต่น่าเสียดายโดน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน จับล้ำหน้า

ต่อมาในนาทีที่ 26 จากลูกเตะมุมทางซ้าย ซน ฮึง-มิน ย้อยบอลโค้งมาเสาแรกถึง โรดริโก้ เบนตานกู โฉบมาขวิดเปลี่ยนทางไปเสาไกลให้ เอริก ดายเออร์ โหม่งซ้ำ เต็มหัวติด ดีโอโก้ ดาโลต์ ยืนคุมเส้นสกัดออกมาได้ทัน

นาทีที่ 34 “ไก่เดือยทอง” ไล่บี้ตีเสมอ 1-1 เดยัน คูลูเซฟสกี้ เลี้ยงบอลแหวกขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดบอลเข้าเขตโทษไปติดมือ อเล็กซ์ เตลลิส ผู้ตัดสิน ชี้ให้จุดโทษทันทีก่อนรอยืนยันจาก วีเออาร์ และเป็น แฮร์รี่ เคน สังหารเข้าไปไม่พลาด

4 นาทีต่อมา “ปีศาจแดง” ทำประตูออกนำอีกครั้ง 2-1 จากบอลกลางสนามของ เนมานย่า มาติ โยนบอลออกขวาให้ เจดอน ซานโช่ หลุดกับดักล้ำหน้าหลุดเข้าเขตโทษก่อนส่งบอลเข้าจนถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตามมาชาร์จเข้าไปไม่พลาด โจนาธาน มอสส์ รอเช็ค วีเออาร์ แต่ยังยืนยันให้เป็นสกอร์

ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ส่งท้ายจากบอลทางซ้ายของ เจดอน ซานโช่ ขยับบี้เข้าหาเขตโทษและโยกตัดเขาในปั่นด้วยขวาหนีบ ล็อก แมตต์ โดเฮอร์ตี้ บอลกระดอนพื้นไปตรงตัว อูโก้ โยริ

หมดเวลาครึ่งเวลาแรก แมนฯ ยูไนเต็ด 2 สเปอร์ส 1

60 นาทีผ่านเป็น ทีมเยือน ครองบอลได้มากกว่าและบุกมากกว่าแต่ยังมีปัญหาในจังหวะทำสกอร์ ส่วนทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งเกมรับรอโต้กลับหวิดทำสำเร็จ เจดอน ซานโช่ หลุดขึ้นมาทางซ้ายเปิดบอลไปเสาไกลเกือบถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่ต้องชม เซร์คิโอ เรกีล่อน ตามมาโขกสกัดบอลทิ้งนิดเดียว

นาทีต่อมา เจดอน ซานโช่ ทำเสียบอลระหว่างเลี้ยงสุดท้ายเป็น แฮร์รี่ เคน ฝากเร็วเข้า เขตโทษฝั่งขวาถึง เดยัน คูลูเซฟสกี้ ในคืนให้ ซน ฮึง-มิน ล้มตัวซัดตามน้ำหลุดเสาแรกออกไปอย่างเหลือเชื่อ

ต่อมานาทีที่ 66 แมนฯ ยูไนเต็ด ดักรอที่สวนอีกครั้ง เฟร็ด พาบอลหนีแหวกขึ้นมาออกขวาให้ เจดอน ซานโช่ ไหลตามช่องให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พาบอลหลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนซัดยัดมุมแคบแต่ติดเซฟ อูโก้ โยริส

สุดท้ายนาทีที่ 72 “ไก่เดือยทอง” ตามตีเสมอสำเร็จ 2-2 คริสเตียน โรเมโร่ ขยับเติมเกมสูงไหลบอลต่อให้ ซน ฮึง-มิน ดึงจังหวะป้ายออกซ้ายถึง เซร์คิโอ เรกีล่อน ออกมาเข้าเขตโทษไปติด แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เหยียดขาสกัดไม่ดีบอลปลิ้นเข้าประตูตัวเอง

นาทีที่ 77 จากจังหวะประสานงานกันสุดสวยทางขวา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไหลให้ เจดอน ซานโช่ ก่อนสอดมารับคืนในเขตโทษดีดเร็วด้วยขวาบอลติดก้อยหวิดเสียบโคนเสาติดเซฟ อูโก้ โยริส ผวาตบทิ้งนิดเดียว

แต่แล้วในนาทีที่ 82 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็กลับมาได้ประตูชัยขึ้นนำ 3-2 จากลูกเปิดมุมทางขวาของ อเล็กซ์ เตลลิส ย้อยบอลโค้งมาหน้ากรอบระยะ 6 หลาให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พาบอลหนี แมตต์ โดเฮอร์ตี้ โหม่งเสียบเสาแรกสุดเหนือชั้น

หลังจากนั้นทั้ง2ทีมทำอะไรกันไม่ได้เลยไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด 3 สเปอร์ส 2

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา -ปอล ป็อกบา- ราฟาแอล วาราน, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, อเล็กซ์ เตลลิส – เนมานย่า มาติช (เอดินสัน คาวานี่ น.80), เฟร็ด -ดีโอโก้ ดาโลต์- มาร์คัส แรชฟอร์ด (แอนโธนี่ อีลังก้า น.68), , เจดอน ซานโช่ – คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ในนาทีที่.83)

กุนซือทีม : ราล์ฟ รังนิก

สเปอร์ส (3-4-2-1) : อูโก้ โยริส – คริสเตียน โรเมโร่, ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก, เบน เดวิส (สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น น.87) – แมตต์ โดเฮอร์ตี้, โรดริโก้ เบนตานกูร์ (แฮร์รี่ วิงค์ส น.88), เอริก ดายเออร์, เซร์คิโอ เรกีล่อน – น.78), ซน ฮึง-มิน – แฮร์รี่ เคนเดยัน คูลูเซฟสกี้ (ลูคัส มูร่า

กุนซือทีม : อันโตนิโอ คอนเต้

ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์